วิธีไดร์ผมให้แห้งอย่างถูกต้อง

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าอะไรก็เป็นต้องขอให้เร็วไว้ก่อน การเป่าผมให้แห้งก็เช่นกัน ทั้งที่วิธีที่ดีที่สุดก็คือการซับน้ำให้แห้งที่สุดเท่าที่จะแห้งได้ แล้วเป่าด้วยพัดลมให้ผมแห้งสนิท แต่เวลาที่ใช้ในการนี้อาจจะไม่ทันใจใครหลายคน โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วนอย่างในช่วงเช้าก่อนออกจากบ้านไปทำงานหรือเรียนหนังสือ คนส่วนใหญ่จึงหันมาพึ่งไดร์เป่าผมแทน เพราะสามารถทำให้เส้นผมแห้งได้อย่างรวดเร็วทันใจ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังใช้ไดร์เป่าผมไม่ถูกวิธี จึงเกิดอาการเหนียวศีรษะ หรือหนังศีรษะแห้งจนเกินไป วันนี้เราจึงนำวิธีการไดร์ผมให้แห้งอย่างถูกต้องมาฝากกันค่ะ – เวลาเป่าผมอย่าใช้แต่ลมร้อนเพียงอย่างเดียวเนื่องจากจะทำให้เหงื่อออก แทนที่เป่าผมเสร็จจะแห้งสบายหัวก็กลับรู้สึกเหนียวเหนอะหนะแทนไปเสียอย่างนั้น ฉะนั้นเวลาไดร์ผมจึงควรเริ่มด้วยลมร้อนก่อนเล็กน้อย จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นลมธรรรมดาแทนจะดีกว่าค่ะ – หากต้องการใช้ลมร้อนไดร์ผมเนื่องจากรู้สึกว่าผมแห้งเร็วกว่าก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้นะคะ เพียงแต่คุณต้องทำการลดโอกาสในการที่เหงื่อจะออกด้วยการเปิดแอร์ในระหว่างการไดร์ผมไปด้วย ซึ่งการทำแบบนี้จะค่อนข้างกินไฟกว่าปกติเนื่องจากแอร์ต้องทำงานหนักขึ้นนั่นเองค่ะ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงก็คือการออกจากบ้านไปผจญกับมลภาวะทั้งหลายภายนอกทั้งที่ผมยังเปียกชื้นอยู่ เนื่องจากฝุ่นละอองและสารต่าง ๆ ที่ล่องลอยอยู่ในอากาศจะจับตัวติดแน่นกับเส้นผมของคุณทำให้ยิ่งสกปรกมากขึ้นและก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมากเลยเชียวค่ะ

ผมบางจนเกือบล้านแล้วทำยังไงดี

ปัญหาของสาว ๆ ที่นิยมย้อมหรือกัดสีผมบ่อย ๆ ก็คืออาการผมร่วง ผมบาง เนื่องจากสารเคมีกัดกร่อนทำลายเส้นผมและหนังศีรษะของคุณไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันอ่อนแอลงไปมากนั่นเองค่ะ ทางที่ดีที่สุดก็คือพยายามลด ละ เลิก ที่จะทำอะไรต่อมิอะไรกับเส้นผมของคุณด้วยสารเคมีดังกล่าว รวมไปถึงการไดร์ผม หนีบผม ด้วยความร้อนด้วยนะคะ จากนั้นก็หันมาบำรุงหนังศีรษะและเส้นผมให้แข็งแรงเพื่อฟื้นฟูสภาพให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม การดูแลเส้นผมและหนังศีรษะที่ดีมีดังนี้ – งดการโกรก ยืด ดัด และย้อมเส้นผมโดยสิ้นเชิง เพื่อหลีกเลี่ยงการรับเอาสารเคมีที่ออกฤทธิ์รุนแรงทั้งหลาย – ไม่ใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับศีรษะร่วมกับผู้อื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่อาจมี เช่น หวี กิ๊บติดผม ตาข่ายคลุมผม ฯลฯ – เวลาสระผมให้นวดเพียงเบา ๆ อย่าเกาด้วยเล็บ และไม่ใช้น้ำอุ่นจัดสระผมเพราะจะทำให้หนังศีรษะผลิตน้ำมันออกมาเคลือบมากเกินไป – หากคุณใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมจำพวกเจลหรือสเปรย์ ควรล้างออกให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้านอนนะคะจะได้ไม่มีสารเคมีตกค้างสะสมอยู่บนศีรษะ – หากคุณชอบสระผมก่อนนอน กรุณาเป่าผมให้แห้งสนิทเสียก่อน โดยการเช็ดผมให้แห้งที่สุดแล้วเป่าด้วยพัดลมเพื่อหลีกเลี่ยงลมร้อนจากไดร์เป่าผม เพราะหากคุณนอนทั้งที่ศีรษะยังชื้น เชื้อราก็จะงอกงามขึ้นบนนั้นจนทำให้ผมยิ่งร่วงเข้าไปใหญ่ หลายเป็นอีกปัญหาหนึ่งเสียเปล่า ๆ แน่นอนว่าหากคุณมีอาการผมบางผิดปกติเป็นอย่างมากและรักษาไม่หายเสียที การรีบไปพบแพทย์ก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามค่ะ

ผมเหนียวเร็วมากทั้งที่เพิ่งสระเสร็จ

การดูแลเส้นผมให้ดูดีอยู่เสมอเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยกันนะคะ เนื่องจากเส้นผมเป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถบอกบุคลิกของผู้เป็นเจ้าของได้ว่าเป็นคนอย่างไร ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีผมกระเซอะกระเซิงอยู่เสมอ ก็มักจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีระเบียบ ไม่ใส่ใจรักษาความสะอาด ทำให้คนมองในแง่ลบและเสื่อมคะแนนนิยมลงทันควัน หรือคนที่มีเส้นผมเหนียวเหนอะหนะ มันเยิ้ม เต็มไปด้วยรังแค ก็มักถูกมองว่าเป็นคนซกมก ขี้เกียจสระผมไปด้วย ทั้งที่ความจริงแล้วเขาอาจจะเพิ่งสระผมมาก็ได้ สาเหตุที่เส้นผมมันเร็วและเหนียวมากหลังสระเสร็จไม่นานนั้น มักมาจากสภาพของหนังศีรษะที่แห้งเกินไป ทำให้ร่างกายผลิตน้ำมันออกมาเคลือบชั้นผิวมาก ดังนั้นทางแก้ที่ดีที่สุดก็คือการเปลี่ยนแชมพูที่ใช้ไปเป็นสูตรอ่อนโยนหรือแชมพูใส ๆ ธรรมดาทั่วไป เช่น แชมพูสำหรับเด็ก หลีกเลี่ยงแชมพูประเภทผสมครีมนวดผมไปในตัวประเภท 2 in 1 หรือ 3 in 1 ที่วางขายกันเกลื่อนแผงไปเลย จากนั้นก็สระรอบแรกด้วยแชมพูดังกล่าวเพื่อล้างสิ่งสกปรกออก เสร็จแล้วจึงค่อยชโลมครีมนวดเฉพาะบริเวณปลายผมเท่านั้นพอ อย่าลืมว่าอาหารก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้หนังศีรษะมันเยิ้มเช่นกันนะคะ ดังนั้น คุณควรลดอาหารจำพวกผัด ๆ ทอด ๆ ที่มีน้ำมันมากลงด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปาท่องโก๋ ผัดซีอิ๊ว ไก่ทอด หอยทอด แม้แต่ขนมหวานจัดจำพวกขนมเค้ก และขนมนมเนยต่าง ๆ ก็ควรรับประทานให้น้อยลงด้วยนะคะ รับรองว่าเส้นผมของคุณจะมีสุขภาพดีขึ้นแน่นอนค่ะ

ผมร่วงหนักมาก โกนทิ้งซะดีไหม

เส้นผมมีส่วนช่วยเสริมบุคลิกให้คนเราเป็นอย่างมาก ดังนั้น เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นกับเส้นผมของเรา เช่น ผมหลุดร่วงมากกว่าปกติจนบางลงอย่างเห็นได้ชัด ก็ย่อมทำให้เรารู้สึกกลัดกลุ้มกังวลและขาดความมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าผู้ที่ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวเป็นผู้ชาย ก็อาจจะลงเอยด้วยการโกนหัวเสียเลยอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ถ้าผู้หญิงแล้วละก็คงจะใช้ทางเลือกนี้ไม่ได้ใช่ไหมล่ะคะ วันนี้เราจึงนำวิธีแก้ปัญหาผมร่วงมาฝากกันค่ะ – เปลี่ยนแชมพูที่ใช้เป็นยี่ห้ออื่นเพราะคุณอาจแพ้สารเคมีที่อยู่ในแชมพูยี่ห้อนั้นก็เป็นได้ – เลือกสระผมด้วยแชมพูที่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อหนังศีรษะ มีฤทธิ์บำรุงเส้นผมและรากผมด้วยยิ่งดี – ใช้สมุนไพรพื้นบ้านมาสระผมแทนแชมพู เช่น ลูกมะกรูดเผาหรือต้มแล้วผ่าครึ่ง จากนั้นนำมาขยี้ลงบนศรีษะในขณะที่ยังอุ่น หรือนำใบย่านางมาโขลกให้ละเอียด ผสมน้ำเล็กน้อยแล้วนำมาสระผม เป็นต้น – แชมพูยาก็เป็นทางเลือกที่ดี มีคนไม่น้อยที่สามารถลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ด้วยวิธีนี้ – หากคุณไว้ผมยาว ลองตัดผมให้สั้นลงหน่อยก็ดี จะได้บำรุงให้เส้นผมแข็งแรงได้ง่ายขึ้น – หมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะกรูด ทำให้ผมร่วงน้อยลงได้ – ปรับอาหารการกินให้ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เลี่ยงอาหารรสจัดและอาหารทอดมันเยิ้ม นอกจากนี้ หากมีอาการผมร่วงอย่างรุนแรง การไปปรึกษาแพทย์ก็เป็นวิธีที่ไม่ควรมองข้ามนะคะ จะได้รู้สาเหตุที่แท้จริงของโรคและทำการรักษาได้อย่างถูกต้องตามแบบแผนค่ะ

อยากบริจาคเส้นผมต้องทำอย่างไร

ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเดินอวดเส้นผมของตัวเองอย่างภาคภูมิใจประดุจนางแบบแชมพูมาเอง โดยเฉพาะคนป่วยหรือกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับเรื่องผมจนทำให้ผมร่วง ผมบาง จนกระทั่งเหลือเส้นผมติดหนังศีรษะเพียงน้อยนิด เช่น ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ผ่านการฉายรังสีจนผมหลุดร่วงแทบหมดศีรษะในช่วงการรักษา เป็นต้น แน่นอนว่าการสวมวิกผมเป็นตัวเลือกที่ใคร ๆ ต่างก็นึกถึง และวิกที่ทำจากเส้นผมแท้ ๆ ก็เหมาะที่จะให้ผู้ป่วยเหล่านี้สวมใส่เป็นอย่างมาก จึงมีอยู่ช่วงหนึ่งที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติได้ทำการเปิดรับบริจาคเส้นผมเพื่อนำไปทำวิกผมให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งสวมใส่กัน ปัจจุบันถึงแม้ว่าทางสถาบันจะปิดรับไปแล้วเนื่องจากได้รับบริจาคเส้นผมมาเป็นจำนวนมาก แต่ก็อาจเปิดรับใหม่ในอนาคต หรืออาจมีสถาบันแห่งอื่นที่มีความประสงค์รับบริจาคเช่นกัน ผู้ที่สนใจจะเลี้ยงผมเอาไว้บริจาคเพื่อการกุศล หรือเพื่อนำไปขายให้กับร้านเสริมสวยที่รับซื้อเส้นผมแล้วละก็จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้ค่ะ – ความยาวของเส้นผมตั้งแต่ 10 นิ้วขึ้นไป – เส้นผมมีสุขภาพดี ไม่แห้ง ผ่านการย้อมสี ดัด และยืดมาก่อนก็ไม่เป็นไร – ก่อนไปบริจาคหรือตัดขาย ควรทำความความสะอาดให้เรียบร้อยและเป่าให้แห้ง – สามารถบริจาคเส้นผมได้ทุกแบบไม่ว่าจะเป็นผมตรง หยักศก หรือผมหยิกโดยธรรมชาติ หากคุณมั่นใจว่ามีเส้นผมที่ผ่านเกณฑ์อย่างแน่นอนแต่ไม่รู้จะไปบริจาคหรือขายเส้นผมที่ไหน ก็ลองพึ่งบริการค้นหาข้อมูลจากกูเกิ้ลกันได้นะคะ โดยเสิร์จคำว่า รับบริจาคเส้นผม หรือ รับซื้อเส้นผม

กลิ่นอับบนหัวมาจากไหน

การดูแลเส้นผมเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากสามารถช่วยเสริมบุคลิกของเราให้ดูดีขึ้นได้ แต่จะดูแลเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่ได้เพราะหากผมสวยแต่ไม่น่าเข้าใกล้เนื่องจากมีกลิ่นตุ ๆ ก็ทำให้เราถูกคนรอบข้างรังเกียจได้เหมือนกัน ว่าแต่ว่า อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ศีรษะของเรามีกลิ่นไม่พึงประสงค์กันนะทั้งที่สระผมแทบทุกวัน? สาเหตุประการแรกของกลิ่นอับบนเส้นผมและหนังศีรษะก็คือ การเข้านอนทั้งที่ผมยังเปียกชื้น เนื่องจากคนบางส่วนนิยมเข้านอนหลังอาบน้ำเสร็จทันทีโดยไม่สนใจว่าผมจะแห้งหรือชื้น จริงอยู่ว่าคุณไม่ได้สระผม แต่ผมของคุณก็อาจเกิดความชื้นได้จากการอาบน้ำโดยเฉพาะเมื่อคุณไม่ได้คลุมผมด้วยหมวกอาบน้ำ ทางแก้ก็ง่ายนิดเดียวคือหลังอาบน้ำเสร็จ ก็จัดการเป่าผมให้แห้งสนิทก่อนเข้านอนทุกครั้ง กลิ่นก็จะหายไปในที่สุด สาเหตุประการที่สองมาจากเครื่องนอนของคุณเองโดยเฉพาะหมอนหนุนที่สัมผัสกับศีรษะโดยตรง สำรวจดูหน่อยนะคะว่าคุณได้ซักปลอกหมอนบ้างหรือเปล่า เพราะหากเครื่องนอนสกปรก เต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อหรือคราบน้ำลายมันก็จะติดไปกับเส้นผมของคุณด้วยอย่างแน่นอนเมื่อคุณใช้งานมัน ทางแก้ก็คือหมั่นถอดปลอกหมอนไปซักและนำตัวหมอนหนุนไปผึ่งแดดบ่อย ๆ เพื่อขับไล่กลิ่นอับและฆ่าเชื้อโรคไปในตัว ถ้าเป็นหมอนที่สามารถซักได้ก็นำไปซักเสียด้วย แต่ต้องแน่ใจนะคะว่าตากจนแห้งสนิทแล้วจริง ๆ ก่อนนำกลับมาใช้ค่ะ

ข้อดีและข้อเสียของการยืดผม

สำหรับคนที่เกิดมาก็ผมหยิกเลยจะรู้สึกว่าเป็นปมด้อยที่ร้ายแรงมาก ถ้าแค่ผมหยักศกก็ยังพอทำเนาใช่ไหมล่ะคะ แต่ถ้าเกิดเส้นผมมันฟูฟ่องยิ่งกว่าเส้นมาม่า จะทำทรงอะไรก็ไม่ได้นอกจากรวบเก็บให้เรียบร้อยละก็จะเกิดความรู้สึกเกลียดเจ้าผมไม่รักดีนี้ขึ้นมาทันที โชคยังดีที่ปัจจุบันเราสามารถไปยืดผมให้ตรงสวยกันได้ด้วยสนนราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เพียงแต่ต้องรู้จักดูแลรักษาเส้นผมที่ผ่านการยืดมาให้อยู่คู่กับตัวเราไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้ก็เพื่อเพื่อให้คุ้มกับเงินและเวลาที่เสียไปนั่นเองค่ะ วิธีเลือกช่างหรือร้านเสริมสวยที่ดีมีดังนี้ – ร้านค่อนข้างมีชื่อเสียงพอตัว โดยวัดจากประสบการณ์ในทางบวกของคนที่เคยไปใช้บริการมาก่อน – ช่างต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญในการยืดผมเป็นอย่างดี บางครั้งคุณอาจไม่จำเป็นต้องยืดผมก็ได้ หากช่างเห็นว่าผมของคุณควรไว้ทรงไหนจึงจะเหมาะสมกว่า ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับคุณอีกนั่นแหละว่าจะเลือกเชื่อช่างหรือยืนยันความต้องการของตัวเอง การดูแลเส้นผมหลังผ่านการยืดเรียบร้อย – หากต้องการทำสีผมควรเว้นระยะออกไปอีกอย่างน้อยสองเดือนสีจะได้ไม่เพี้ยน – ใช้ทรีทเมนต์และน้ำมันใส่ผมสำหรับผมยืดหรือผมเสียมาบำรุงผมเป็นประจำจะได้ทำให้ผมที่เกิดขึ้นใหม่ดูนุ่มนวลขึ้นไปด้วย – ไม่ใช้แชมพูสูตรเข้มข้นเกินไปเพราะอาจทำให้เส้นผมเกิดปัญหาลีบติดศีรษะได้ อย่าลืมว่าเส้นผมที่ผ่านการยืดมาจะอ่อนแอและต้องการการดูแลมากกว่าเส้นผมปกติทั่วไปนะคะ แต่เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้แล้วรับรองว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอนค่ะ

จะสระผมกี่ครั้งต่อสัปดาห์ดีหนอ

ปัญหาของคนเราเกิดขึ้นได้ตลอด ขึ้นอยู่กับว่า ณ เวลานั้นกำลังให้ความสนใจอยู่กับเรื่องของอะไร ซึ่งปัญหาหนึ่งที่อยู่ในความคิดของเราแทบทุกวันก็คือเรื่องของเส้นผมนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลรักษา การจัดแต่งทรงผม การย้อมสีผม สารพัดจะคิดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และปัญหาที่คนส่วนใหญ่สงสัยก็คือ สามารถสระผมทุกวันได้หรือไม่ จะเกิดผลเสียอะไรหรือเปล่า โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่รักความสะอาดและรักสวยรักงามทั้งหลายที่ต้องการให้ตัวเองดูดีตลอดตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้านั่นเอง ความจริงแล้วการสระผมนั้นไม่ควรสระทุกวันเพราะจะทำให้หนังศีรษะแห้งจนทำให้เกิดการคันศีรษะและรังแคก็จะตามมาติด ๆ กลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่สร้างความรำคาญใจแถมทำให้บุคลิกเสียได้อีกด้วย แต่สำหรับคนที่ใช้ชีวิตท่ามกลางมลพิษซึ่งเต็มไปด้วยฝุ่นควันนั้น การไม่ชำระล้างเส้นผมที่ถูกอบถูกรมด้วยสารพิษทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้นก็ก่อให้เกิดผลเสียได้ไม่แพ้กัน ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสระผมกันทุกวัน ทางออกที่สวยงามที่สุดก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของเราแทน ดังนี้ – เลือกซื้อแชมพูสูตรอ่อนโยน หรือแบบใส ถ้ามีระบุไว้บนฉลากว่า “สำหรับสระทุกวัน” ได้จะดีมาก – เวลาสระให้นวดคลึงหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว อย่าใช้เล็บเกาเด็ดขาด – ครีมนวดผมนั้นให้ชโลมบริเวณปลายผมก็พอนะคะ ไม่ต้องเทลงบนหนังศีรษะ – เป่าผมให้แห้งทุกครั้งก่อนนอน ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียงเท่านี้ก็มั่นใจได้ว่าเส้นผมของคุณจะสะอาดสมใจแถมยังไม่เสียง่ายด้วยค่ะ

ทำไมจึงไม่ควรออกจากบ้านทั้งที่ผมเปียกชื้น

เนื่องด้วยชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ ทำให้มีคนจำนวนไม่น้อยที่ออกจากบ้านไปทำงานทั้งที่ผมยังเปียกชื้นอยู่ คิดในใจว่าเดี๋ยวขึ้นรถเมล์ก็ไปนั่งข้างหน้าต่างเอาก็ได้เดี๋ยวผมก็แห้ง หรืออะไรทำนองนี้ แต่หารู้ไม่ว่าการทำแบบนี้จะทำให้ผมของคุณมีโอกาสหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติเสียอีกนะคะ ส่วนจะเป็นเพราะสาเหตุอะไรนั้นตามมาดูกันเลยค่ะ คิดว่าทุกคนต่างก็รู้ว่าอากาศทุกวันนี้ไม่ค่อยสะอาดบริสุทธิ์เหมือนในอดีตสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ๆ ที่มียวดยานพาหนะสัญจรไปมามากมาย ก่อให้เกิดมลภาวะต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น ควัน ละอองน้ำมัน ฯลฯ ซึ่งหากเส้นผมของเราแห้งสนิทมันก็จะเกาะอยู่แต่ภายนอก สามารถชำระล้างออกได้ง่าย แต่ถ้าเส้นผมของคุณเปียกชื้นอยู่ละก็ ฝุ่นผงเหล่านี้ก็จะมาจับตัวกันได้อย่างเหนียวแน่นจนทำให้รูขุมขนอุดตัน สิ่งที่เกิดตามมาก็คือ รังแค และเกิดอาการผมร่วงจำนวนมากจนถึงขั้นหัวล้านได้เลยทีเดียวค่ะ แน่นอนว่าคิดยังไงก็คิดไม่ถึงว่าสาเหตุของอาการผมร่วงของเราจะมาจากการออกนอกบ้านทั้งที่ผมยังชื้นอยู่ใช่ไหมล่ะคะ วิธีแก้ก็ต้องมาเริ่มกันที่ต้นเหตุกันเลยค่ะ โดยการเป่าผมให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนออกจากบ้าน ยอมเสียเวลาเพิ่มอีกสักเล็กน้อย หรือตื่นนอนเร็วกว่าปกติสักหน่อย เพื่อสุขภาพที่ดีของเส้นผมดีกว่าต้องไปเสียเงิน เสียเวลา ไปกับการรักษาในภายหลังเลยนะคะ

ช่วยด้วยค่ะผมเป็นสังกะตัง

เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเส้นผมเป็นสิ่งหนึ่งที่คนเราให้ความสนใจและดูแลเอาใจใส่กันเป็นอย่างดี แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้อีกเช่นกันว่ายังมีคนอีกบางส่วนที่ไม่ค่อยสนใจตรงจุดนี้นัก จึงเป็นที่มาของบทความในวันนี้ว่า เมื่อเส้นผมของคุณถูกละเลยอย่างหนักจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ตัวอย่างในวันนี้คือนักศึกษาสาวท่านหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงหมกมุ่นอยู่กับการทำงานวิจัยจนไม่ได้หวีผมติดต่อกันนานหลายสัปดาห์ และแน่นอนว่าในระหว่างนั้นอาจมีการรวบผม ขมวดผม แม้กระทั่งเกาหรือขยี้ศีรษะไปด้วย ผลกระทบที่เกิดขึ้นในเวลาต่อมาก็คือเส้นผมติดพันกันเป็นก้อนอย่างที่เรียกกันว่าเป็นสังกะตังเลยทีเดียว พยายามหวีสางอย่างไรก็ไม่ยอมคลายตัวออกจากกัน จะให้เลือกใช้วิธีการตัดหรือโกนทิ้งก็ทำใจไม่ได้เนื่องจากมันเกิดใกล้กับโคนผม แล้วจะทำอย่างไรกันดี? เรามีคำแนะนำมาให้ค่ะ 1. ก่อนสระผม ให้หมักด้วยน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกก่อนสักครึ่งชั่วโมงเพื่อทำให้ผมนุ่มขึ้น 2. เมื่อสระผมเรียบร้อยแล้ว ให้ชโลมครีมนวดผมให้ทั่ว 3. ใช้หวีซี่ใหญ่ ๆ ค่อย ๆ สางผมโดยเริ่มจากปลายไปหาโคน ขั้นตอนนี้ต้องใจร่ม ๆ หน่อยนะคะ ถ้าใจร้อนเกินไปแล้วไปหวีแบบกระชากแรง ๆ อาจทำให้ผมขาดและหลุดร่วงมากเกินเหตุได้ 4. เมื่อสังกะตังหลุดออกหมดแล้วให้ล้างครีมนวดผมออกให้หมดแล้วซับน้ำจนเกือบแห้ง จากนั้นก็ไปเป่าผมให้แห้งสนิทค่ะ ใครไม่อยากเจอปัญหาแบบน้องคนนี้ อย่าลืมแปรงผมกันทุกวันนะคะไม่ว่าจะยุ่งมากแค่ไหนก็ตาม แล้วพบกันใหม่ค่ะ